heat

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พื้นฐานของภาวะผู้นำที่ดี

พื้นฐานของภาวะผู้นำที่ดี ก็คือ มีความน่าเชื่อถือและไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนในสายตาของบุคลากร ภาวะผู้นำของท่าน คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำที่มีผลดีต่อองค์การ ผู้นำที่น่านับถือมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ท่านเป็นอยู่ (ความเชื่อและคุณลักษณะ) สิ่งที่ท่านรู้ (งาน กลุ่มงาน ธรรมชาติของมนุษย์) และสิ่งที่ท่านทำ (การดำเนินการ แรงจูงใจ การกำหนดทิศทางขององค์การ) อะไรที่ทำให้บุคลากรต้องการปฏิบัติตามท่าน บุคลากรต้องการบุคคลที่เขาเคารพนับถือ ชี้นำทิศทางที่ชัดเจนให้เขา การที่จะบรรลุถึงทิศทางก็ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ดี


สิ่งสำคัญของภาวะผู้นำ 2 ประการ

จากการศึกษา Hays องค์ประกอบที่ทำให้บุคลากรเกิดความพึงพอใจมากกว่า 75 องค์ประกอบ เขาพบว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความมั่นใจ ของผู้นำระดับสูงเป็นตัวพยากรณ์ที่น่าเชื่อถือมากที่สุด ที่สร้างความพึงพอใจให้กับบุคลากรในองค์การ การสื่อสารที่มีประสิทธิผลของผู้นำ ซึ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อในและเกิดความมั่นใจใน 3 ด ้านที่ทำให้องค์การชนะคู่แข่ง คือ

- ช่วยให้บุคลากรเข้าใจกลยุทธ์ขององค์กรโดยภาพรวม

- ช่วยให้บุคลากรเข้าใจวิธีการ ที่เขาจะมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อความ สำเร็จขององค์การ

- ร่วมปันข้อมูลกับบุคลากร ถึงวิธีการที่บริษัทกำลังดำเนินการ หรือวิธีที่บุคลากรกำลัง ดำเนินการในแผนกของตนเองโดยพื้นฐาน ท่านต้องสร้าง

ความไว้เนื้อเชื่อใจ และสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ว่าท่านกำลังจะไปไหน ข้อที่น่าสังเกตหลักการของภาวะผู้นำในช่วงต่อไปซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้

หลักการของผู้นำ
เพื่อช่วยให้ท่านรู้ว่าท่านเป็นใคร ท่านรู้อะไร ท่านสามารถทำอะไรได้ 2 ต่อไปนี้เป็นหลักการ 11 ข้อ ของภาวะผู้นำ คือ (ตอนต่อไปจะขยายความให้ชัดเจน ถึงหลักการและจัดเตรียมเครื่องมือใน การปฏิบัติ)
1. รู้จักตนเองและปรับปรุงพัฒนาตนเอง เพื่อให้รู้จักตนเองท่านต้องเข้าใจว่าท่านเป็นใคร ท่านรู้อะไร และสามารถทำอะไรได้ มีคุณลักษณะอะไร การปรับปรุงพัฒนาตนเอง หมายถึง การพัฒนาคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งของท่านจะบรรลุผลได้ ก็โดยการอ่าน การศึกษาด้วยตนเองหรือศึกษาต่อ
2. มีเทคนิคด้านวิชาชีพ ในฐานะผู้นำ ท่านต้องรู้งาน เข้าใจและคุ้นเคยงานของลูกน้องเป็นอย่างดี
3. รับผิดชอบและแสวงหาความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ค้นหาวิธีการ คือ จะชี้นำองค์การให้เจริญก้าวหน้า ด้วยวิธีการใหม่ ๆ และเมื่อมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น ก็อย่าโทษคนอื่นวิเคราะห์สถานการณ์ หาแนวทางแก้ไข และมุ่งไปสู่สิ่งท้าทายต่อไป
4. ตัดสินใจอย่างดีและให้ทันกาล ใช้วิธีการแก้ปัญหาที่ดี ตัดสินใจและมีเครื่องมือในการวางแผน
5. ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี แสดงบทบาทเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบุคลากรเขาทั้งหลาย ไม่ต้องการเพียงได้ยินว่าเขาทุกคนคาดหวังอะไรแต่เขาต้องการเห็นของจริง
6. รู้จักบุคลากรและเอาใจใส่ดูแล รู้ธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งสำคัญก็คือ ดูแลเอาใจใส่บุคลากร
7. ให้ข้อมูลบุคลากร รู้วิธีการที่จะสื่อสารกับบุคลากร หัวหน้าหน่วยเหนือ และบุคลากรหลักในองค์การ
8. พัฒนาจิตสำนึกความรับผิดชอบ พัฒนาคุณลักษณะที่ดีของบุคลากรช่วยให้เขามีความรับ ผิดชอบในวิชาชีพของเขา
9. ทำให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจงาน มีการนิเทศ และทำงานให้สำเร็จ การสื่อสารเป็นกิจกรรมหลัก ที่ต้องรับผิดชอบ
10. ฝึกบุคลากรให้ทำงานเป็นทีม ถึงแม้ว่าเราจะเรียกว่าผู้นำขององค์การ ฝ่าย ส่วน ว่าเป็นทีม แต่ก็มิใช่เป็นทีมที่แท้จริง เขาเหล่านั้นเป็นแต่คนที่ทำงานร่วมกัน
11. ใช้ศักยภาพให้เต็มที่ในองค์การท่าน ถ้าพัฒนาจิตวิญญาณของทีม ท่านจะใช้ศักยภาพได้เต็มที่ในฝ่าย ในส่วนหรือทั้งองค์การ
มนุษยสัมพันธ์
1. หกคำที่มีความสำคัญมากที่สุด ผมยอมรับ ผมผิดเอง
2. ห้าคำที่สร้างแรงจูงใจ คุณทำงานดีมาก
3. สี่คำที่บอกความรู้สึกลึกซึ้ง คุณคิดอย่างไร
4. สามคำที่ควรจำ เพื่อขอความช่วยเหลือ โปรดกรุณา
5. สองคำที่ต้องติดปากเสมอ ขอบคุณ
6. หนึ่งคำที่ต้องพูดให้บ่อย ๆ เรา
7. หนึ่งคำที่ควรพูดให้น้อย ฉัน

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขอพระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่าน
ให้แคล้วคลาดจาก ภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง
ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
เป็นมิ่งขวัญของปวงชน ตราบนานเท่านาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำ


ภาวะผู้นำ(Leadership)เป็นวิชาที่มีคนเรียนมากมาย แต่ผู้นำที่เด่นๆบางคนอาจไม่เคยเรียนวิชานี้มาก่อนด้ว กระบวนการลองผิดลองถูกจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะก้าวสู่ผู้นำที่มีภาวะผู้นำสมบูรณ์แบบนักวิชาการเลยรวบรวมเอา บุคลิกภาพ คุณลักษณะ พฤติกรรม สถานการณ์ มาผนวกเข้าด้วยกัน...นักวิชาการหลายคนศึกษากันเฉพาะด้านแบ่งออกเป็นด้านคุณลักษณะด้านพฤติกรรม ด้านสถานการณ์ ด้านเสน่หา และด้านพลังภายในตัวบุคคล ซึ่งแต่ละด้านนั้นจะเน้นไปที่กระบวนการของผู้นำที่จะชักนำผู้ตามให้ทำงานต่างๆบรรลุเป้าหมายองค์กร...


ภาวะผู้นำเป็นคุณสมบัติหนึ่งของผู้บริหาร ของผู้จัดการ และต้องบริหารคน ต้องให้คนทำงานให้องค์กร และเมื่อภาวะผู้นำเป็นกระบวนการนำ จึงต้องมีแบบ ขั้นตอนว่าจะนำอย่างไรให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยเหตุนี้ภาวะผู้นำจึงมีหลายหลายความหมาย มีมากทฤษฏี ขึ้นกับมุมมองและบริบทที่ศึกษา นิยามคำว่าภาวะผู้นำจึงมีมากพอๆกับจำนวนคนที่ให้นิยามเหมือนผมได้ให้คำนิยามว่า


ภาวะผู้นำ หมายถึง ความสามารถที่จะใช้ศาสตร์และศิลป์ชักนำ จูงใจ เสริมพลัง ด้วยกระบวนการหรือวิธีการใดๆเพื่อให้ผู้ตาม หรือทีมงานทำงานให้กับองค์กรอย่างเต็มที่และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ของตนเองและขององค์กร


หลายคนได้เปรียบเทียบระหว่างผู้จัดการและผู้นำ(ที่มีภาวะผู้นำ)ทำในสิ่งที่แตกต่างกัน ผู้นำทำในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนผู้จัดการทำสิ่งนั้นให้ถูกต้องเหมือนรัฐบาลชุดหนึ่งที่กำลังประชุมลับออกกฎหมายอภัยโทษให้กับนักโทษชายที่ไม่ยอมรับผิดแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ เป็นการใช้กระบวนการบริหารทำสิ่งหนึ่งให้ถูกต้องทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันผิด...หรืออาจไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้


เมื่อเป็นผู้นำต้องมีอำนาจ ต้องรู้จักการใช้อำนาจไปในทางที่ถูกต้อง โดยใช้เพื่อประโยชน์โดยรวมขององค์กร ไม่ใช่ใช้ด้วยอารมณ์ หรือประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือใช้เพื่อประโยชน์ของกลุ่มพวกตนเอง ภาวะผู้นำของผู้นำจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นศาสตร์ในฐานะองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตำรับตำรา เอกสาร มีให้ศึกษามากมาย บางคนได้ท่องตำรา ท่องภาวะผู้นำไปสอบ แล้วก็คืนอาจารย์ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง...หลายคนได้เข้าร่วมอบรมภาวะผู้นำสามวันเจ็ดวัน เมื่อกลับเข้าสู่การทำงานตามปกติใหม่ๆไฟแรง ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างนั้นอย่างนี้ ปฏิบัติได้สามวัน...กลับมาเป็นเหมือนเดิมที่เคยเป็นก่อนหน้าไปอบรม....


วิชาภาวะผู้นำเปรียบเหมือนกับ ความรู้เรื่องสี คุณเคยเรียนเกี่ยวกับแม่สีว่า มีสามสี สีหลักๆที่ใช้วาดรูปมีอยู่ 12 สี (เป็นความรู้สมัยเด็กๆ) ศิลปินมีความรู้เรื่องสีและการใช้สี เปรียบเหมือนนักบริหาร ผู้นำ รู้ทฤษฏีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ...บางคนรู้เชิงลึกจบถึงปริญญาเอก แต่ไม่ได้มีศิลป์ในการนำไปใช้ ภาวะผู้นำจึงเป็นได้แต่เพียงศาสตร์หนึ่ง ความรู้ความรู้หนึ่งที่มีในสมอง...แต่ไม่ได้เกิดการนำที่ทำให้ผู้ตามพึงพอใจ การนำที่มุ่งสู่ผลสสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย การนำโดยผู้นำมีความสุข
ทำให้คนที่เกี่ยวข้องมีความสุข องค์กรประสบความสำเร็จ...เมื่อเป็นผู้นำต้องมีศาสตร์และศิลป์ของการนำ...หรือที่เรียกว่า
ภาวะผู้นำ


http://www.prempri.com/index.php?option=com_content&view=article&id=105:-m-m-s&catid=48:cultivate-your-life

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลักษณะการเป็นผู้นำ

ลักษณะของผู้นำในทัศนะของข้าพเจ้า ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ การมองที่กว้างไกลและไม่มองสูงจนเกินไปการมองต้องมองทั้งที่สูงและต่ำเพื่อจะได้ไม่เลื่อมล้ำระหว่างผู้ปฏิบัติและผู้นำ
- ผู้นำต้องเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกน้อง
- ผู้นำต้องเป็นผู้มีจิตใจเปิดกว้าง
- ผู้นำต้องเป็นผู้รอบรู้ รู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง
- ผู้นำต้องรู้จักลูกน้อง
- ผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและถูกต้อง
- ผู้นำต้องมีภาวะผู้นำ

Glitter วันพ่อเป็นไปได้ทุกวันนะจ๊ะ...รักพ่อกันมากๆน้าา

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...







ภาพนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่

ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี

การบริหารเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนและงาน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารงานดังนั้นจึงต้องใช้การปกครองอย่างมีศิลปะ เพื่อให้สามารถครองใจคนและได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพเกิดคุณภาพ ถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ การดูแล การจูงใจจะต้องนำก่อนทำเป็นตัวอย่างตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นที่ชื่นชมยินดี

ประเภทของผู้นำ


ผู้นำแบบเผด็จการ เป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาดในตัวเองถือเรื่องระเบียบวินัย กฏเกณฑ์ข้อบังคับเป็นหลัก ในการดำเนินงานการตัดสินใจต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับผู้นำแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ในแง่การบริหารงานทางด้านวิชาการด้านธุรกิจจะเปรียบเสมือนกิจการที่เป็นเจ้าของบุคคลเดียว ที่มีการดำเนินการและตัดสินใจเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น


ผู้นำแบบประชาธิปไตย ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในโลกปัจจุบัน ให้สิทธิ์ในการออกความคิดเห็น สิทธิในการเรียกร้อง รวมไปถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยการเป็นประชาธิปไตยจึงเป็นลักษณะหนึ่งที่สังคมค่อนข้างจะยอมรับกันมากกว่าผู้นำประเภทอื่น ๆ


ผู้นำแบบตามสบาย เป็นผู้นำที่ไปเรื่อย ๆ มีความอ่อนไหวไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผู้นำที่เป็นที่รักของผู้ร่วมงานอย่างมาก ผู้นำประเภทนี้จึงมีมากมายตามแต่ละกิจกรรมต่าง ๆ บางครั้งอาจมองว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง หรือมองโลกในแง่ดีซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขยันอาจจะไม่ชอบลักษณะผู้นำประเภทนี้

ในทางปฏิบัติบางแห่งในตัวผู้นำอาจจะมีรูปแบบของการเป็นผู้นำทั้ง 2 ประเภทในคนเดียว อาจจะมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นออกมาแต่ละประเภท ซึ่งสามารถควบคุมการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลักษณะการใช้อำนาจของผู้นำแตกต่างกันออกไป เพราะในตัวผู้นำแต่ละคนมีอำนาจมีอิทธิพล สามารถดำเนินการหรือสั่งการได้ตามความเหมาะสม
คุณสมบัติที่ดีของผู้นำ
มีความรู้ ความสามารถ การใช้สติปัญญานั้น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เมื่อมีสติปัญญาดีก็เกิด


เป็นผู้มีสังคมดี คำว่าสังคมดีคือจะต้องมีลักษณะของการเป็นผู้นำที่มีอารมณ์มั่นคงมีวุฒิภาวะ มีความเชื่อมั่นในตนเองมีความสนใจและใช้กิจกรรมต่าง ๆ อย่างกว้างขวางเพื่อประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน


เป็นผู้ที่มีแรงกระตุ้นภายใน คือมีจิตสำนึกเกิดขึ้นในตัวของผู้นำ เป็นแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ต่อแรงจูงใจที่จะโน้มน้าวให้ผู้ปฏิบัติงานมีความปรารถนาที่จะทำงานตรงนั้นให้เกิดความสำเร็จ


เป็นผู้ที่มีทัศนคติที่ดีและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีผู้นำจะต้องตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตัวเอง ของลูกน้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน มองโลกในแง่ดีในการที่จะทำให้กิจการต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย